Home - Boxmatch Travelตั๋วเครื่องบินราคาถูก!!Program Tour ต่างประเทศEasy package Tourบริการของ Boxmatch Travelบทความท่องเที่ยวติดต่อเราเวปไซด์เพื่อนบ้าน
เราบริการสำหรับการท่องเที่ยวในแบบของคุณ
เที่ยวเกาหลี...อย่างสุขสันต์ 1/1
เที่ยวเกาหลี...อย่างสุขสันต์ 1/2
เที่ยวเกาหลี...อย่างสุขสันต์ 1/3
เที่ยวเกาหลี...อย่างสุขสันต์ 1/4
เดินฮานอย ล่องฮาลองเบย์ 1
เดินฮานอย ล่องฮาลองเบย์ 2
เที่ยวเกาหลี...อย่างสุขสันต์ 1/1

ตอนที่่ 3 เที่ยวเกาะนามิ เกาะโรแมนติกที่เกาหลี

เขียนวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2008


การเดินทางวันที่สองก็เริ่มต้นขึ้น เราเดินทางออกจากโรงแรมแต่เช้าค่ะ เพื่อเดินทางต่อไปยังเกาะนามิ ที่ใครๆ ก็ร่ำลือว่าเป็นเกาะโรแมนติดที่ดังมาจากหนังเกาหลีอย่าง Winter Sonata หรือ Winter Love Song

การเดินทาง ออกจากโรงแรมนั่ง Subway ไปยังสถานี Cheongnyangni (Subway Line no.1 exit 4) ประมาณ 30 นาทีก็ถึง จากสถานีนี้เราก็ไปต่อรถไฟออกนอกเมือง โดยไปขึ้นที่ Seoul Cheongnyangni Train Station เพื่อไปลงที่ Gapyeong Intercity Bus Terminal ค่ะ ราคาตอนนั้นประมาณ 3,000 won ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงโดยประมาณ พอลงที่สถานี Gapyeong เราก็จับ Taxi ไปที่โป๊ะเรือทันทีค่ะ ค่า Taxi ประมาณ 4,000 won (ตามมิเตอร์นะค่ะ) ขับไปแค่ 5-10 นาทีเท่านั้นค่ะ

พอมาถึงก็เจอบรรยากาศทะเลสาปสดใส แต่หนาวเย็นเยือกเลยค่ะ เพราะไม่มีอะไรปิดบังแม้แต่น้อย ลมเลยเข้าปะทะกับร่างเราอย่างจังเลยค่ะ



เราทานเจ้านี้ระหว่างทางกับปลาหมึกเส้น ที่เกาหลีไม่ว่าจะลูกเด็กเล็กแดง สาวๆ หนุ่มๆ ก็ชอบทานปลาหมึกค่ะ
ดีที่ก็เป็นของโปรดเราเหมือนกันก็เลยมีปลาหมึกทานทุกรูปแบบ แต่ปลาหมึกที่นี่อร่อยจริงๆ นะค่ะ

เจ้าคิมบับอันนี้ได้ิอิทธิพลมาจากอาหารญี่่ปุ่นนี่แหล่ะค่ะ มันคือข้าวห่อสาหร่ายนี่เอง ก็ทำให้อิ่มได้เพียง 1,000 won เท่านั้นค่ะ

เป็นธรรมดาที่อาหารทุกจานของเกาหลีมักจะมีเครื่องเคียงเป็นกิมจิที่อาจจะต่างๆ กันไป จานนี้ก็ยังอุตส่าห์มีหัวไชเทามาแปะ 1 แผ่นค่ะ
ก็พอได้ค่ะ ซื้อที่สถานีรถไฟก่อนขึ้นรถไฟค่ะ

ตอนมาขึ้นรถไฟก็ศึกษาเวลานิดนึงนะค่ะ เพราะว่ารถไฟออกเป็นเวลาค่ะ แล้วตรงเวลามากด้วยค่ะ พอถึงเวลาปุ๊ปก็ออกปั๊ปเลย อย่าลิมดูเวลาขากลับดีๆ ด้วยนะค่ะ แนะนำให้ซื้อตั๋วขากลับไว้ก่อนเลยนะค่ะ เพราะไม่งั้นเดี๋ยวเต็มแล้วเราจะกลับไม่ได้น่ะค่ะ





จากนั้นเราก็วิ่งขึ้นรถไฟหาที่นั่งจากตั๋วกันเลยค่ะ รูปนี้เป็นหน้าตาตั๋วรถไฟ และก็บรรยากาศภายในรถไฟค่ะ ขาไปก็ว่างจ๋อยเลยค่ะ สบายๆ แต่สักพักก็เริ่มมีคนขึ้นมาค่ะ


        

ตอนนั่งรถไฟ เจ้าหน้าที่รถไฟรุ่นใหญ่ก็จะมาเดินตรวจตั๋วค่ะ แล้วก่อนแกจะเดินจากไปจากตู้ที่เราอยู่ก็มีการหันมาทำความเคารพผู้โดยสาร โดยการโค้งให้ 1 ทีก่อนจะเปิดประตูไปยังตู้อื่นค่ะ เห็นแล้วอึ้งๆ ค่ะ น่ารักดีจริงๆ รถไฟของเค้าสะอาดสะอ้าน เห็นแล้วประทับใจค่ะ กลินสะอาด พื้นสะอาด โดยรวมคือสะอาดนั่นแหล่ะค่ะ เราก็นั่งกันไป เม้าท์กันไป และก็บางส่วนก็หลับกันไป แต่คนทำแผนหลับไม่ได้ค่ะ กลัวจะเลย เพราะว่าต้องคอยฟังแล้วก็ชะเง้อดูป้ายว่าจะถึงหรือยัง ไม่งั้นล่ะถ้าเลยก็ซวยเลยค่ะ ไม่รู้หนทางกลับแล้ว และแล้วก็ถึงจนได้ค่ะ สถานี Gapyeong ค่ะ

  เป็นบรรยากาศด้านหน้าสถานี จะมีรถ taxi มาจอดรออยู่แ้ล้ว ก็บอกเค้าว่า Namiseom ค่ะ

ประมาณอีกไม่ถึง 10 นาทีก็จะมาถึงลานกว้างๆ มองไปเห็นทะเลสาปแบบนี้ค่ะ

 

ด้านหน้าของเราตอนนี้เป็นทะเลสาป ซึ่งลากยาวมาจากด้านขวามือ และตรงที่เรายืนอยู่เป็นลานจอดรถกว้างๆ เดินตรงไปก็จะเจอร้านขายของอยู่ด้านขวา และป้อมขายตั๋วไปเกาะอยู่ทางด้านซ้ายมือค่ะ ตอนลงจากแท๊กซี่มาดันลืมกระเป๋าถืออยู่ในรถค่ะ ลืมตัวลงมาทั้งตัวเปล่าๆ แบบนั้นแหล่ะค่ะ ปรากฎว่าคุณลุงขับ taxi ออกตัวไปได้นิดนึงก็ถอยรถกลับมาหาเราค่ะ แกบอกว่าเราลิมของไว้ที่รถแก ....โห....เกือบไปแล้ว เกือบหมดตัวแน่ะค่ะ ดีนะค่ะที่แกเอามาคืน ประทับใจอีกแล้วค่ะ ให้แต้มที่เกาหลีทริปนี้ไปอีกหนึ่งแต้ม คนที่นี่ใจดีจริงๆ ค่ะ แล้วก็เป็นมิครให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี แถมไม่โกงอีกด้วยค่ะ ดีจริงๆ ค่ะ น้ำตาแทบร่วง เพราะในกระเป๋านั่นทั้งเงิน passport อะไรต่อมิอะไรอยู่ในกระเป๋าทั้งหมดเลยค่ะ มีเงินก็ติดตัวอยู่ไม่เท่าไร ไม่งั้นล่ะยุ่งแน่ๆ ค่ะ ต้องขอขอบคุณคุณลุง taxi จริงๆ ค่ะ...



และแล้วก็มาถึงเกาะนามิแล้วค่ะ.....



ด้านในของเกาะยังคงสภาพให้นักท่องเที่ยวชมกับธรรมชาติของเกาะ จัดเป็นที่ท่องเที่ยวตามรอยซี่รี่ย์เกาหลีชื่อดัง ตอนเราไปถึงยังมีร่องรอยของหิมะปกคลุมไปทั่ว ได้บรรยากาศดีแท้เลยค่ะ ตอนเราจ่ายเงินค่าเข้ามา 5,000 won รวมค่าเรือไป-กลับเกาะด้วย ก็ได้แผนที่ของเกาะมาให้นั่งคล่ำทางไปด้วยค่ะ เราหนาวเหน็บกันเป็นอย่างมาก ในเกาะก็จะมีที่เผาไฟ ให้อุ่นๆ เป็นจุดๆ ค่ะ จุดแรกก็เป็นที่เผามัน อิอิ จุดสองก็เป็นที่ปิ้งปลาแผ่นจากร้านขายของเก่าในเกาะนี่แหล่ะค่ะ เราใช้เวลาอยู่ที่นี่นานพอควรกว่าจะกลับ

เราเดินทางตามแผนที่ที่ให้มา ลัดเลาะไปเรื่อยๆ เจอจุดต่างๆ ที่ซีรี่ย์เรื่อง Winter Love Song ถ่ายทำบนเกาะนี้ มีทั้งที่ให้เขียนชื่อของคู่รักต่างๆ  เต็มไปหมดเลยค่ะ เดินจนถึงสุดทางก็เจอกับทะเลสาป สิ่งก่อสร้างต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเล็กๆ ป้ายตามทาง บรรยากาศก็ทำให้รู้สึกว่า ที่นี่เราน่าจะมานอนพักสักคืนนึงนะเนี่ย แต่พอลมพัดเข้าหน้า 1 ทีก็ตื่นซะแล้ว มันเยือกอย่างงี้อยู่นานคงแข็งตายเป็นแน่ เลยลืมความคิดแบบนั้นไปเลยค่ะ



พอเดินมาจนสุดทาง เราก็ต้องท้องร้องกันระงมแล้ว .... แน่ล่ะค่ะ เราต้องหาทางไปร้านอาหารที่นางเอกกับพระเอกให้ได้ แต่ปรากฎว่าหาไม่เจอค่ะ ตาลาย มองแผนที่แล้วก็เดินงงๆ หลงๆ ไป แล้วยังหนาวมากอีก เราเลยต้องเจอร้านไหนก็หยุดร้านนั้นแหล่ะ พอเดินไปไม่นานก็รีบกระโดดเข้าเต้นท์ที่อยู่ด้านหน้าทันทีค่ะ เพราะมีรูปอาหารแปะอยู่ และแน่นอนหน้าตาดีทีเดียวเชียวค่ะ เราไม่รอช้า รีบไปสั่งอาหารเร็วพลันและก็รีบวิ่งกรูกันเข้าไปข้างในเลยค่ะ พอเข้ามาก็อุ่นมากเลยค่ะ เค้าเปิดเครื่องทำความร้อนไว้บริการลูกค้า แล้วก็มีพัดลมทำความร้อนด้วยค่ะ ไอ้เราก็นั่งริมๆ เลย แบบว่าหนาวจัด พอนั่งได้สักพัก ก็เล่นเอาหน้าชาไปแถบนึงเลย มันร้อนไปข้างนึงเลยค่ะ .... แต่ก็โอเคนะค่ะ อาหารที่อร่อยอีกแล้ว (ไม่รู้ว่าหิวหรือเปล่า แต่ก็....อร่อยจริงๆ ค่ะ กิมจิก็อร่อย หมูก็นุ๊มนุ่มค่ะ)



กว่าเราจะได้เดินทางกลับก็บ่ายแก่ๆ แล้วค่ะ พอไปถึงที่สถานีรถไฟก็ใจแทบหาย เพราะว่าที่นั่งเกือบเต็ม เราดันไม่ได้จองตั๋วขากลับไว้ก่อน แล้ววันนั้นเป็นวันอะไรไม่ทราบค่ะ ดีนะที่ยังมีที่ถึงแม้่ว่าเราจะไม่ได้นั่งใกล้กันก็ตาม (หลุดไปนั่งคนละตู้กันเลยค่ะ ก็ยังโชคดี) แต่มาเที่ยวหน้าหนาวแบบนี้ ก็เสียเวลานิดนึงคือมีเวลาเที่ยวน้อยกว่าปกติ เพราะฟ้าไม่เป็นใจเลย มืดเร็วชะมัด เราเหยียบถึงโซลแค่ 4 โมงเย็นแต่ดูเหมือน 3 ทุ่มเข้าไปแล้วค่ะ เราจะไปโซลทาวเวอร์ต่อ ก็เดินหลงๆ กันนิดหน่อย ดูจากแผนที่แล้วดูเหมือนจะเดินไปได้ แต่เข้าใจผิด เสียเวลาไปเกือบชั่วโมงค่ะ เราก็ตัดสินใจเรียก taxi ดีกว่า พอยื่นหน้าไปบอกคนขับ เค้าก็ทำหน้างงๆ ค่ะ ไม่ได้งงแค่คันเดียวนะค่ะ เรียกมา4-5 คันก็ทำหน้างงทุกคัน เลยเสีย self ไปเลยค่ะ เราพูดแล้วเค้าไม่เข้าใจหรือว่า ไอ้เจ้าโซลทาวเวอร์เนี่ยไม่มีอยู่จริงหรือเปล่าหว่าเนี่ย....-__-"

เรื่องฮาเฮ

สรุปว่าเราเลยต้องถามคนที่เดินผ่าน เหยื่อที่เราถามก็ร้อง อ้อ......นัมซานทาวเวอร์ .... แง๊ววววว อ้าวเหรอ เค้าเรียกว่านัมซานทาวเวอร์กันนี่เอง ให้มันได้งี้สิ taxi เลยทำหน้างงๆ คราวนี้ไม่พลาดค่ะ เราก็เรียกใหม่ แต่ปรากฎว่า taxi ไม่ไป เพราะว่าเราอยู่ฝั่งที่เค้าไปลำบาก เลยไม่รับเราซะงั้น ทั้งๆ ที่เรามองเห็นนัมซานทาวเวอร์อยู่ลัดๆ แต่ไปไม่ได้นี่ มันน่าเจ็บใจนัก แต่ไม่เป็นไร ท้องเราร้องเสียก่อน เลยต้องไปหาอะไรทานซะแล้วค่ะ (เอาอีกแล้ว ถึงเวลาหม่ำๆ อีกแล้ว) แต่ว่าเราก็หาร้านอาหารไม่เจออีกค่ะ เดินไปเดินมาในที่สุด เราก็มาถึง Namsan Park ค่ะ แต่ปรากฎว่ามองไม่ค่อยจะเห็นอะไรเลย มืดไปซะหมด จะเข้าไปทานอาหารที่ Korea House ก็หาทางไม่เจอ วันนี้มันตุเลงๆ ยังไงไม่รู้ค่ะ หาอะไรๆ ก็ไม่เจอ และแล้วในที่สุด เราก็เจอทางขึ้น Namsan Tower ค่ะ หลังจากไปถามคนในร้านสะดวกซื้อมา แต่โชคไม่ดีจริงๆ วันนี้เดินไปจนถึงด้านบนกะไปขึ้นเคเบิ้ลคาร์ไป ก็ดันปิดปรับปรุงซะงั้น .... เฮ้อ เหนื่อยนะเนี่ย เราเดินลากขากันจนมาถึงนี่ เหมือนเดินไต่เขาเลยนะค่ะ ขาลงเราก็หอบกันแฮ่กๆ ไม่ไหวแล้ว หิวเหลือเกิน ......

เราก็มองไปเห็นร้านอาหารร้านนึง มีคนด้านในค่อนข้างเยอะ (เดาเอาค่ะ มองไม่เห็น ได้ยินแต่เสียง กับกลิ่นหอมๆ โชยยยยมา) ไม่รีรอค่ะ ยัดตัวเข้าไปในร้านทันที ... เจ้าของร้าน และพนักงานทุกคนที่นี่ พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลยค่ะ .... ไม่เป็นไรค่ะ เราใช้ภาษามือได้ เราก็นั่งปุ๊ป ถอดเสื้อผ้ากันปั๊ปเลยค่ะ ร้านอุ่นมาก หลังจากที่เราเดินต้านลมลงเข้ามา ตัวสั่นกันงกๆๆ ดีใจมากหวังว่าจะสบายแล้วววมื้อนี้ต้องมีความสุขสุดๆ ค่ะ เมนูอาหารมาถึงมื้อ ทุกคนงงๆ กันใหญ่ เพราะมีแต่ภาษาเกาหลีทั้งนั้นเลย อ่านไม่ออกค่ะ ต้องร้อนรนเอาตำรามาเปิดกันเจ้าละหวั่น ปรากฎว่าไม่ได้การแล้วมันช้าเกินไป เราก็อาศัยมองโต๊ะข้างๆ เอาค่ะ ชี้ๆ เอาแบบนั้นแหล่ะค่ะ ปิ้งๆ เป็นหม้อๆ ซุปๆ หน้าตาหน้าทานเป็นอย่างมาก เราก็เข้าใจว่าคงเหมือนอาหารปิ้งๆ หมูเกาหลีบ้านเรา ด้วยความที่มีคนทานเนื้อและไม่ทานเนื้อ ก็ต้องสั่งหมูกับไก่ด้วย ก็เลยบอกเค้าว่าเอาหมูกับไก่น่ะค่ะ เลยทำท่าให้ดูแล้วร้องเสียงไก่ กับหมูด้วย เล่นเอาโต๊ะข้างๆ ขำกันใหญ่เลย อายมากค่ะ .... แต่คุณป้าแกก็ส่ายหน้า บอกไม่มี เราก็งงๆ เอ ... ทำไงดีน้า หรือว่าป้าแกไม่เข้าใจ แต่สักพัก...คุณป้าแก มาพร้อมหนังสือเด็กเล่มเล็กๆ มีรูปสัตว์ต่างๆ (แหม...ดีัจังที่บ้านนี้มีเด็กค่ะ) เราก็ชี้หมูกับไก่ แกก็ยังส่ายหน้า เราก็ถามว่าแล้วมีอะไรค่ะ..... แกก็เอาหนังสือไปเปิดค่ะ ...ร้านนี้มีเนื้ออย่างเดียวคือ......เนื้อสุนัขค่ะ!!!!!! โห.....แย่แล้ว เกินคาดค่ะ ไม่คิดค่ะ หน้าเหว่อเลยค่ะ แล้วทำไงล่ะค่ะ แต่ละคนทั้งกินเนื้อไม่กินเนื้อ ก้ไม่มีใครอยากจะลองทานเนื้อสุนัขล่ะค่ะ .... แล้วแทบเปิดก้นวิ่งออกจากร้านแทบไม่ทันเลย.... ดีที่คุณป้าแกเข้าใจ เราก็ขอโทษแกใหญ่เลยค่ะ ก็แหม...เราทานน้ำเค้าไปแล้ว แล้วก็ใช้ผ้าอุ่นๆ ของแกไปอีกด้วย แต่ละคนถอดอุปกรณ์เครื่องแต่งตัวกันสุดฤทธิ์ ต้องเก็บกันเจ้าละหวั่นเลยค่ะ หน้าแตกสุดๆ ค่ะ

....เราก็เลยต้องหาอย่างอื่นทานค่ะ และแล้วก็เจอร้านนี้เลยค่ะ.......อร่อยอีกเช่นกัน



คราวนี้พอทานเสร็จก็หนังท้่องตึงหนังตาหย่อนแล้วล่ะค่ะ แต่ก็ไม่วายจะออกล่าแหล่งท่องเที่ยวต่อ อย่างน้อยตอนนี้ไม่ดึกเกินไปที่จะไปเที่ยวย่านวัยรุ่นอย่าง MyeongDong ล่ะค่ะ แน่นอน เราอยากไป shopping ย่อยอาหารเสียหน่อย จากตรงนี้ไปก็ไม่ไกลค่ะ เราก็เดินหน้าต่อเลย เนื่องด้วยอาการล่าอย่างแรง เรามีตังค์ออกจากกระเป๋าน้อยกว่าปกติ เลยเดินดูบรรยากาศไปก่อน ได้มาส่วนมากก็จะเป็นของกินซะส่วนใหญ่ แต่ก็ยังถ่ายเก็บบรรยากาศมาได้นิดหน่อยค่ะ คราวนี้ล่ะต้องกลับแล้ว ง่วงนอนและก็ไม่ไหวจริงๆ พรุ่งนี้ต้องออกผจญภัยกันต่อ......



Good Night and Sweet Dream!!!

ติดตามตอนต่อไปได้นะค่ะ
Home - Boxmatch Travelตั๋วเครื่องบินราคาถูก!!Program Tour ต่างประเทศEasy package Tourบริการของ Boxmatch Travelบทความท่องเที่ยวติดต่อเราเวปไซด์เพื่อนบ้าน