ตอนที่่ 6 แม่น้ำฮัน ชอนเกชอน ทงแดมุน และต่อที่นัมซานทาวเวอร์
เขียนวันที่ 28 มีนาคม 2008
จริงๆ วันนี้ไม่ได้หนาวเท่าไรเลย แต่ว่าตอนเช้าเราดันไปเดินริมแม่น้ำฮันของเกาหลีกัน เลยทำให้ปากสั่นกันเลยค่ะ

ที่นี่เป็นที่โล่งอีกทีนึงเหมือนกัน เหมือนสวนสาธารณะเลยล่ะ ฝั่งตรงข้ามจะเป็นตึก63 ที่ใช้เป็นสถานที่นึงในเรื่อง My Girl ด้วย แต่ตอนนั้นยังไม่รู้จัก My Girl เลยไม่ได้ไปขึ้นกะเค้าเลย ที่เกาหลีนี่ดีอย่างนึง ไม่ว่าเราจะไปไหน เราก็สามารถมองเห็นห้องน้ำได้ มีทุกที่เลยแ้้ล้วก็ไม่ขี้เหร่ด้วย แต่บางที่ก็เอาเรื่องเหมือนกัน แต่โดยส่วนใหญ่แ้ล้วเรียกว่าดีที่เดียวล่ะค่ะ อย่างที่นี่ก็มีค่ะ ไม่นึกว่าจะมีก็มีซะ....
จริงๆ ที่ริมแม่ฮันนี่ตอนกลางคืนน่าจะสวยกว่าค่ะ ตอนเช้าตรู่แบบนี้ก็ไม่มีใครมานั่งจู้จี้เลย อาจจะเพราะมันหนาวมากเลยก็ได้ค่ะ

จากนั้นก็มุ่งหน้าต่อไปที่ Dongdaemun ต่อ เราจะไปช้อปปิ้งกัน แต่ก่อนหน้านั้น ก็แวะที่คลองชอนเกชอง ที่เพิ่งจะสร้างใหม่ก่อน คลองนี้เพิ่งจะสร้างเสร็จไม่กี่ปีเองค่ะ และพยายามทำให้ที่นี่เป็นจุดไว้ให้นักท่องเที่ยวชมด้วย เค้าก็ทำไว้ซะสวยเลยล่ะค่ะ

คลองนี้อยู่ใกล้ๆ กับทงแดมุนเลยค่ะ เดินข้ามถนนไปหน่อยนึงก็ถึงแล้ว จะเห็นตึก Doota ตั้งเด่นเป็นสง่าค่ะ
ช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ที่เกาหลีหนาวมากค่ะ จริงๆ เพราะก่อนหน้าที่เราจะมาถึงหิมะก็ตกไปได้แค่วันเดียวเอง ที่หนาวกว่าปกติเห็นจะเป็นเพราะลมที่นี่แรงมากนั่นเอง อย่างเราๆ ไม่ค่อยได้เจอหนา่วขนาดนี้ก็อาจจะทำให้สั่นขาแข็งกันไปตามๆ กันได้ง่ายๆ วันนี้เราก็ผ่อนคลายโดยการเดินเที่ยวจุดต่างๆ และก็ช้อปปิ้ง ที่ทงแดมุนนั้นมีตึก Doota ที่ขายของหลากหลายไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึก ของฝาก โสม เสื้อผ้าทั้งชายหญิง อะไรต่างๆ มากมายมีอยู่หลายชั้นที่เดียว แต่ละชั้นก็จะขายของจำพวกเดียวแยกชั้นกันไปเลย นอกจากนี้ยังมีที่ให้แลกเงินอีกต่างหาก กลัวว่านักท่องเที่ยวจะเงินหมด เงินไม่พอสามารถกดเงิน หรือแลกเงินวอนได้ที่นี่เลยค่ะ rate เงินวอนที่นี่ก็ไม่เลวค่ะ ก็โอเคเลยทีเดียว
ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวหรือทัวร์ก็จะมักพามาช้อปปิ้งกันที่นี่ค่ะ เราก็จะได้เจอคนไทยอย่างเราๆ เยอะเหมือนกัน ^^
ในห้างเองก็จะมี food court ค่ะ ที่นี่ไฮเทค ระบบการจัดการในการซื้ออาหาีรดี เก๋ไก๋ค่ะ

เราก็เสร่อนิดหน่อยเพราะคิดว่าจะไปซื้อ coupon ที่เคาร์เตอร์แล้วไปแลกซื้อตามร้านแบบปกติที่บ้านเราเป็นๆ กัน แต่ที่ไหนได้ ไม่ใช่ค่ะ พอไปถึงที่เคาร์เตอร์ที่นี่เค้าให้บอกมาเลยว่าเราจะทานอาหารร้านไหน อาหารเบอร์อะไรที่เราต้องการสั่ง แล้วเค้าก็จะคิดเงินตามอาหารนั้นๆ แล้วก็จ่ายตังค์ พนักงานก็จะให้ coupon รับอาหารมาให้โดยมีเบอร์แปะเอาไว้เสมือนคิวรับอาหารน่ะค่ะ จากนั้นเราก็ต้องคอยนั่งมองป้ายเลขที่จะแบ่งตามร้านแล้วเลขก็จะ run ตามคิวค่ะ ว่าอาหารไหนได้ก็ไปรับที่ร้านนั้นๆ ได้เลย ดูดีจริงๆ ใช่ไหมค่ะ เราก็เลยต้องเลยดูอาหารแต่ละร้านก่อนจะมาเข้าคิว เพื่อซื้อคูปองซึ่งจะไปเป็นสั่งอาหารไปในตัวค่ะ พอถึงคิว เลขที่ตรงกับคูปองที่เราได้มาก็จะปรากฎขึ้นค่ะ เราก็ไปรับอาหารที่ร้านได้เลย โดยยื่นคูปองให้ และแล้วเราก็มาลองต๊อกป๊อกกีของที่นี่หน่อย ไม่อร่อยเหมือนร้านคุณป้าหน้าโรงแรมเลยค่ะ -_-"
หลังจากเดินซื้อของฝากกันเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าใจว่า อืม ตรงนี้แหล่ะถูกดีกว่าที่อื่นๆ ที่แวะซื้อมา แล้วก็มีขายแบบขายทีละเยอะๆ ด้วยค่ะ เราก็เดินทางต่อกันเลย จากที่วันก่อนเรามาเดินหา namsan tower แล้วปรากฎว่าปิดทำการ วันนี้เราก็ถือโอกาสมาเปิดซิ่งซะเลย เพราะวันนี้เป็นวันแรกที่ namsan tower เปิดหลังจากที่ปิดปรับปรุงมานานเลยค่ะ
คราวนี้รู้ทางแล้ว ทำให้ไม่เดินหลงอีกต่อไป ไม่เมื่อยเท่าไร เพราะหาทางนั่งกระเช้าไปเลยค่ะ ตอนนี้อากาศเริ่มอึมครึมแล้ว หน้าหนาวก็จะมืดเร็วหน่อยค่ะ

พอขึ้นไปถึงก็หนาวมากเลยค่ะ ยิ่งสูงยิ่งหนาวค่ะ

ช่วงที่ไปนี้ก็ใกล้จะถึง Christmas แล้ว สถานที่นี้ก็จัดบริเวณกันเป็นแนวนั้นหมดเลย มีคนแต่งเป็นหุ่นสีขาว เล่นดนตรีอยู่ใต้ต้นใม้ใหญ่ด้วย อยู่กันเป็นวงเลย เปิดโอกาสให้คนมาถ่ายรูปกัน พี่แกทั้งหมดก็แอคชั่นกันน่าดูค่ะ ดูแล้วก็เหมือนหุ่นจริงๆ บรรยากาศตอนกลางคืนที่นี่ก็ประดับประดาด้วยไฟหลากสีสัน เปิดสว่างไสว ครึ๊กครืนกันมากเลยค่ะ เราต่อคิวซื้อตั๋วเพื่อขึ้นไปชมวิวกรุงโซลกัน มีสาวๆ ชุดแดงแต่งเป็นซานต้าสาวสวยขาวยาว น่ารักบริการ ให้ข้อมูลอยู่โดยรอบ เพราะวันนี้เปิดวันแรกหลังจากปิดปรับปรุงมานาน ก็มีคนเยอะเป็นธรรมดาค่ะ (รูปที่ถ่ายมาค่อนข้างเบลอ เลยไม่ได้ใส่มาให้ดูนะค่ะ)
จากนั้นเราก็เข้าอีหรอบเดิม พอลงจาก namsan tower เราก็รีบแจ้นไปย่านเมียงดงต่อกัน เพราะสมาชิกร้องอยากกินปลาหมึกทับเนยอีก ดูกันหน่อยว่าหน้าตาเป็นยังไง

อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกเลยค้าาาาาาา เพียง 2000 won ก็อร่อยแล้วค่ะ ต้องรีบทาน เพราะอากาศเย็นจะทำให้หนวดปลาหมึกแข็งได้ค่ะ
และวันรุ่งขึ้นเราก็กลับกรุงเทพโดยสวัสดิภาพค่ะ
สวสัดีค่ะ
|