Home - Boxmatch Travelตั๋วเครื่องบินราคาถูก!!Program Tour ต่างประเทศEasy package Tourบริการของ Boxmatch Travelบทความท่องเที่ยวติดต่อเราเวปไซด์เพื่อนบ้าน
เราบริการสำหรับการท่องเที่ยวในแบบของคุณ
เที่ยวเกาหลี...อย่างสุขสันต์ 1/1
เที่ยวเกาหลี...อย่างสุขสันต์ 1/2
เที่ยวเกาหลี...อย่างสุขสันต์ 1/3
เที่ยวเกาหลี...อย่างสุขสันต์ 1/4
เดินฮานอย ล่องฮาลองเบย์ 1
เดินฮานอย ล่องฮาลองเบย์ 2
บทความท่องเที่ยว

บทนำเล็กๆ น้อยๆ
เขียนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2008

                ความที่ได้เคยสัมผัสรสชาติการเดินทางเที่ยวเองก็มันส์ไปอีกแบบ ก็เลยอยากจะมาเล่าสู่กันฟังค่ะ ครั้งแรกของการเดินทางออกนอกประเทศในแบบที่ตื่นเต้นเพราะว่าได้ยินเรื่องราวความเขี้ยว โหด ไม่แน่นอนของต.ม. เกาหลีมันทำให้หัวใจเต้นระบำได้จริงๆ ระหว่างเดินไปที่ด่านต.ม.เพื่อตรวจสอบก่อนเข้าบ้านเมืองเค้า ไม่ต้องพูดทุกคนก็รู้อยู่ได้ว่าที่กำลังอ้างถึงอยู่นี่คือประเทศอะไร ใช่แล้วค่ะ ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อสองปีก่อน เดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้กับก๊วนกันเอง โดยไม่เพิ่งทัวร์ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้พูดภาษาเกาหลีเป็นเลยสักนิดก็ยังจะพยายามไปกันให้ได้ เราเดินทางร่วมกันทั้งหมด 6 คน ครึกครื้นกันมากค่ะ ผู้ชายสองคน ผู้หญิงสี่คน ในลักษณะของนักท่องเที่ยว ที่เป็นกึ่งๆ ลำบากและสบาย ที่พูดอย่างงี้ก็คือ เราจะเดินทางเองด้วยการคลำทางตามแผนที่ที่มีอยู่ในมือและศึกษามาในระดับที่เรียกว่าหลงยากแล้ว เราจะไม่อดๆ อยากๆ ทานอาหาร เห็นอะไรเราลองได้หมด ยกเว้นเนื้อสุนัขค่ะ เราต้องทานดี เที่ยวสนุก นั่นเป็นข้อที่เราเน้นย้ำกันก่อนจะมา และที่สำคัญที่สุดคือต้องพร้อมเพรียงกัน เวลาเป็นเรื่องสำคัญในการเที่ยวกลุ่มโตขึ้น ซึ่ง 6 คนนี่ก็เรียกว่าไม่น้อยเลย คนเขียนคือตัวตั้งตัวตีที่จะพาที่เหลืออีก 5 คนไปเที่ยวเกาหลีกันค่ะ เราจะสนุกกันแค่ไหน แล้วจะไปเจออะไรบ้าง และมีข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์กับผู้ได้บ้างก็ติดตามอ่านได้นะค่ะ เที่ยวครั้งนี้เราใช้เวลา 7 วัน 5 คืน (ถ้านับตามโปรแกรมทัวร์นะค่ะ)


สถานที่ต่างๆ ในเกาหลีคร่าวๆ ของทริปนี้นะค่ะ

เกาะนามิ- ตลาดวัยรุ่นย่านเมียงดง- สวนสาธารณะยออีโดใกล้ๆ ตึก63 ริมแม่น้ำฮัน- นัมซานทาวเวอร์หรือ โซลทาวเวอร์ – COEX MALL – พิพิธภัณฑ์กิมจิ วัดพงอึนซา ตลาดทงแดมุน คลองชอนเกชอง เมืองซูวอน หมู่บ้านพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเมืองซูวอน วัดโจเกชา ย่านอินซาดง จงโนทาวเวอร์ ระฆังโบซินกักย่านจงโน พระราชวังเคียงบ๊อกกุง พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านของเกาหลี  

โรงแรมที่พัก: Co-op residence Ohmokgyo ทั้งหมด 5 คืน อยู่ใกล้สถานี Yangpyeong station สายสีม่วง

เวปไซด์แนะนำ: http://english.tour2korea.com




ตอนที่่ 1 ล้อหมุนจากออฟฟิศ

เขียนวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2008

หลังจากที่ได้นั่งทำแผนการเดินทางอยู่ร่วมเดือนก็ถึงเวลาออกเดินทางแล้ว แผนการเดินทางถูกทำขึ้นด้วย MS Excel และก็บีบอัดที่ท่องเที่ยวพร้อมเวลาลงไปในนั้นซะเต็มไปหมด แน่นอนค่ะ เราไม่ได้ไปทั้งหมดที่เขียนลงไปหรอก เพราะมันจะทำให้เหนื่อยเกินไป แต่ด้วยความที่ไม่รู้ว่าจริงๆ ต้องไปเจอกับอะไรบ้างก็เลยใส่เข้าไปก่อน ไม่ไปก็ไม่เป็นไร แต่อย่างว่าขนาดทำไปแล้วแผนการนี้ก็มี แผนสำรองไม่น้อยเหมือนกัน ใช่ค่ะ ยัยคนเขียนทำแผนสำรองขึ้นอีก 3 แผนด้วยกัน เป็นไงค่ะ รอบคอบดีไหม แต่ก็ไม่ได้ใช่อยู่ดีค่ะ พอเอาเข้าจริงๆ ก็ใช้แค่ไอ้แผนหลักอันเดียวนี่แหล่ะค่ะ แถมไปไม่หมดเสียด้วย เราเดินทางไปสนามบินดอนเมือง (ตอนนั้นยังไม่ได้ย้ายไปสุวรรณภูมิค่ะ) ในเย็นวันที่ 6 ธันวาคม 2005 เป็นวันทำงาน ก็จำต้องใส่ชุดทำงานนั่นแหล่ะไปเลยค่ะ ดูดีเป็นประโยชน์ในการแต่งกายสุภาพในสายตาของต.ม.เกาหลีค่ะ เราเหินฟ้าไปกับสายการบินเรารักคุณเท่าฟ้า....การบินไทยค่ะ ก่อนขึ้นเครื่องก็โด๊ปอาหารการกินก่อน เพราะเกรงว่าจะหิวโซค่ะ เรื่องท้องไส้นี่สำคัญในการเที่ยวเป็นอย่างมาก ห้ามให้ท้องหิวเด็ดขาด เราขึ้นเครื่องตอนเกือบๆ ตี 1 ของคืนวันที่ 6 ธันวาคม และจะไปถึงสนามบินอินชอนที่เกาหลีใต้ประมาณ 8.25 น. ค่ะ ไปถึงก็เช้าเลยค่ะ ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงกว่าๆ หลับตาไม่ทันไรก็มีเสียงกับกลิ่นมากระทบกระทั่งแล้วค่ะ คุณแอร์สาวเข็นลากอาหารมาใกล้มากแล้วค่ะ เราต้องตัดสินใจว่าเราจะทานอะไรมื้อเช้าบนเครื่องบินนี้ และแน่นอนค่ะ คนเขียนจำไม่ได้ว่าเลือกทานอะไรไป แต่ที่จำได้คือ เราทานกันทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทำความสะอาดฟันเราเลยค่ะ กะว่าทีเดียวล่ะกันค่ะ พอลงเครื่องปุ๊ป เราก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร ก็แน่ล่ะค่ะแผนการอยู่ในมือและเวลาก็ยังไม่เลยจากที่ตั้งไว้ในแผน งั้นเราก็แวะเข้าห้องน้ำขัดฟันก่อนซะเลยค่ะ ห้องน้ำที่สนามบินเรียกว่า สะอาดดีเลยค่ะ ประทับใจดี พอเราเดินออกจากห้องน้ำไปก็สังเกตเห็นว่าไม่มีใครจากไฟล์เราเหลือแล้ว เดินกันมา 6 คนเท่านั้น ...เหลือแต่พวกเราเนี่ยนะ

มาถึงด่านต.ม.เกาหลี เดินกันอย่างมั่นใจก็ฉันมาเที่ยวนี่น่านะ ทุกคนพร้อมไปด้วยเอกสารที่คนเขียนเตรียมให้ไม่ว่าจะเป็นเอกสารการจองที่พักโรงแรมทั้ง 5 คืน ที่อยู่ เบอร์ติดต่อโรงแรม แผนการเดินทางเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทยโดยละเอียด เพื่อบอกว่าเตรียมตัวมาดีนะ เอกสารสำคัญคือตั๋วเครื่องบินที่ระบุว่ากลับแน่ ข้าไม่อยู่เกาหลีหรอกนะ แล้วก็เอกสารรับรองการทำงาน เพื่อให้เห็นว่าฉันน่ะก็ต้องทำงานนะย่ะ ทุกอย่างพร้อมสรรพในกระเป๋าแต่ละคน คนเขียนก็กลัวเพื่อนอีกสองท่านจะมีปัญหาเพราะpassport โล่งแบบไม่เคยมีปั๊มจากประเทศไหนมาก่อนเลย ก็เลยส่งสองคนนี้เข้าไปก่อนค่ะ อีกสองคนเคยมาเกาหลีกับทัวร์แล้ว อีกคนก็มี VISA ของอเมริกาแปะอยู่เลยไม่น่าเป็นห่วงอะไร คราวนี้ก็ลุ้นค่ะ .... โอ้โห ผ่านฉลุยค่ะ ถามแค่สองคำถามคือ มากันกี่คน แล้วมาทำอะไร จบ เท่านั้น ก็เดินตัวพลิ้วกันไปเลย เราก็โล่งใจค่ะ ต.ม.เกาหลีชุดนี้ท่าทางจะถูกเทรนมาดีค่ะ พอถึงคิวคนเขียน เราก็รู้สึกสบายใจยิ้มสวยใส่ซะเลย ต.ม.เลยให้ข้อมูลค่ะ....

ต.ม. เกาหลีผู้ชาย: (แปลเป็นไทย) คุณมาเกาหลีครั้งแรกเหรอ??

คนเขียน: ใช่แล้วค่ะ ครั้งแรก (โปรยยิ้มงามๆ สามที)

ต.ม. เกาหลีผู้ชาย: งั้นคุณโชคดีนะ เมื่อวันก่อนหิมะเพิ่งจะตกไป อากาศจะเย็นมากเลย คุณจะไปเล่นสกีไหม??

คนเขียน: ว้าว เหรอค่ะ ดีจังเลยค่ะ มีอยู่ในแผนเหมือนกันค่ะ คุณมีที่แนะนำไหมค่ะ???

ต.ม. เกาหลีผู้ชาย: อืม.....#$%^@($&&@@! (ฟังไม่ออกแล้วค่ะว่าที่ไหน ภาษาอะไรไม่ทราบค่ะ ไม่รู้ว่าแกพูดเกาหลีใส่หรือเปล่าเนี่ยสิค่ะ งงๆ ค่ะ)

คนเขียน: อืม โอเคค่ะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะค่ะ บายๆๆๆๆ (ต้องรีบแล้ว เดี๋ยวพลาดรถรอบถัดไป...)

หลังจากที่เจอคุณต.ม.เกาหลีคนนี้ไปก็รู้สึกว่า ไอ้ที่ได้ยินมาเยอะๆ เกี่ยวกับสรรพคุณอันเลวร้ายก็หายไปในพริบตา อาจจะเพราะชุดนี้เค้าไปเทรนเรื่องการท่องเที่ยวเกาหลีมาแหล่ะค่ะ เลยโชคดีไป....

 

ถึงเวลาระหกระเหินแล้ววว.....ก็แน่ล่ะค่ะ แต่ละคนเอากระเป๋าเดินทางกันมาใช่ใบเล็กกันซะที่ไหน อย่างกะจะมาอยู่สัก 1 เดือน จริงๆ อยู่แค่อาทิตย์เดียวเอง แต่จริงๆ มันต้องใหญ่ค่ะ เพราะเราต้องขนกลับแล้วตอนขนมาเราก็ต้องใส่เสื้อกันหนาวตัวหนาๆ มาด้วยค่ะ เลยเล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน คราวนี้เราก็ออกจากสนามบินมาก็เจ๊อะกับอากาศเย็นยะเยือกทันที่ ด้านนอกฟ้ายังไม่สว่างเท่าไร เราก็เดินลากกระเป๋าไปรอ Airport Limousine Bus ที่ท่าได้เลย ออกมาก็มองหาว่าเบอร์ไหน เราต้องไปด้วยเบอร์ 603 ค่ะตามที่หาข้อมูลไว้อยู่ Bus stop no. 12A และ 13A รถออกทุกๆ 10-15  นาที ค่ารถ 3,000 won เราไปลงที่สถานีYeongdeungpo แล้วต่อ subway ไปลงที่สถานีที่ใกล้ที่สุดกับโรงแรมที่จองไว้คือ สถานี Yangpyeong ค่ะ

ตอนจังหวะนี้เราไปถึงยังเป็นวันทำงานของเค้ากันอยู่ค่ะ เลยทำให้ดูขายหน้านิดหน่อย ลากกระเป๋าท่ามกลางผู้คนที่กำลังรีบร้อนไปทำงานกัน เนื่องจากหน้าเรามันเอ๋อๆ กันมากเลยค่ะ เราลงที่สถานี Yeongdeungpo แล้วงงว่า subway station อยู่ที่ไหน ก็มันชื่อ Subway นี่น่า มันก็ต้องอยู่ใต้ดินสิ ก็มองหาป้ายกันใหญ่ คนก็เยอะ มองมาที่ยัยพวกกระเหรี่ยง 6 คนนี้ทำอะไรกัน ปรากฎว่า ต้องไปถามท่านนักธุรกิจค่ะ แกพูดภาษาอังกฤษได้ดีเชียวค่ะ ชี้ตรงไปยังสถานีรถไฟฟ้า Yeongdeungpo ค่ะ แต่ไม่ได้อยู่ใต้ดินเหมือนที่คิดไว้ อยู่บนดินเนี่ยแหล่ะค่ะ ยกขึ้นมาจากดินซะด้วย ว่าแล้วก็รีบไปกันเลย เพราะทำงงมาหลายนานแล้ว เราต้องข้ามถนนโดยใช้สะพานลอยค่ะ นรกแตกค่ะ แต่ละคนต้องยกขึ้นบันไดอันแสนชัน ไม่ต่ำกว่า 30 ขั้นค่ะ เหนื่อยและหนาวลากไส้เลยล่ะค่ะ กว่าจะถึงก็หอบกันไปหลายยก เราไปซื้อบัตรรถไฟฟ้าของเกาหลีค่ะ นั่นคือ T-money card ซึ่งประหยัดและสะดวกสำหรับการเดินทางในโซลเป็นอย่างมากค่ะ หลังจากที่ใช้แล้วก็สามารถเอาไป refund เงินที่มัดจำได้ค่ะ คราวนี้ก็ขึ้น subway ไปลงที่สถานี Yangpyeong เพื่อไป check-in ที่โรงแรมค่ะ

 

โรงแรมที่พักคราวนี้....ชื่อ Co-op Residence Ohmokgyo จริงๆ มีหลายสาขาอยู่อีกหลายย่านค่ะ แต่ที่นี่ถูกที่สุดเลย ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินด้วย เดินประมาณ 3 นาทีก็ถึงค่ะ แต่บริเวณโรงแรมจะไม่ค่อยมีอะไรเท่าไร เราก็ไม่ได้จะเที่ยวข้างโรงแรมก็เลยตกลงเอาถูกไว้ก่อนค่ะ เพราะต้องนอนยาวนานถึง 5 วันเลยต้องประหยัดงบค่ะ ไปถึงก็ check-in ตอนแรกก็เหมือนจะต้องฝากกระเป๋าไว้ก่อนเพราะเราไปถึงก่อนเวลาที่เค้าให้ check-in น่ะค่ะ แต่พอดีห้องว่าง พนักงานเลยให้เข้าไปได้เลยค่ะ ลักษณะในห้องนะค่ะ เป็นห้องโทนสีขาว สะอาดตามากค่ะ เฟอร์นิเจอร์ก็สะอาดด้วยสีขาวไปหมด ห้องเล็กไปหน่อยแต่เค้าจัดทุกอย่างได้ลงตัวหมดเลยค่ะ แบบว่าแอบๆ ของใช้ได้ดีทีเดียวค่ะ พื้นก็เป็นแบบ Ondol ค่ะ พื้นจะอุ่นมากถึงร้อนเลยล่ะค่ะ ทำให้อุณหภูมิในห้องอบอุ่นเลย มีที่ล่างจาน ไมโครเวฟ จาน ชาม หม้อต้มน้ำ ให้พร้อมค่ะ ห้องน้ำก็ทันสมัยแต่เล็กไปหน่อยค่ะ รวมๆ แล้วโอเคนะค่ะ  ตอนเรามาหิมะตกไปแล้วอย่างที่คุณต.ม. บอกจริงๆ ค่ะ มองวิวจากห้องออกไปก็เห็นหิมะแปะอยู่ตามดาดฟ้าของแต่ละตึก แต่ละบ้านเต็มไปหมดค่ะ รอบๆ โรงแรมก็ยังมีหิมะอยู่ค่ะ

 




ตอนที่ 2 เริ่มการเดินทางอย่างแท้จริง

เขียนวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2008

หลังจากที่เอาข้าวของสัมภาระออกจากตัวไว้ที่ห้องเรียบร้อย อีก 1 ชั่วโมงก็นัดเจอกันที่ Lobby โรงแรมเพื่อเดินทางตามแผนการต่อไป ก่อนอื่นก็ต้องสำรวจสิ่งรอบข้างใกล้ๆ โรงแรมก่อนเลยค่ะ หิมะยังเกลื่อนถนนอยู่บ้าง บ้างก็ละลายแล้วเป็นน้ำแฉะๆ เลอะๆ นิดหน่อย ก็ต้องเดินกันดีๆ ค่ะ ไม่งั้นล่ะ ลื่นหน้าจิ่มลงหิมะกันแน่ๆ ....เราเริ่มอาการหิวโหยกันแล้วเพราะตอนนี้ก็ปาเข้าไปเที่ยงแล้วล่ะ ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย เราก็เลยพยายามหาอะไรทาน ปรากฎว่าไปเจอร้านข้างทางค่ะ อากาศหนาวๆ อย่างงี้ได้อะไรร้อนๆ ทำให้ตัวอุ่นคงดีไม่น้อย หันไปเจอเพิงเล็กๆ คลุมไปด้วยพลาสติกอย่างหนาเลย แต่มีควันฉุยๆ ลอยมาให้ดมหอมๆ ค่ะ ฮั่นแน่! เป็นของที่เอาใส่ท้องได้แน่ๆ เราก็ไม่รอช้ามุ่งตรงไปยังเพิงพลาสติกสีเขียวทันที เข้าไปแล้วก็มีคุณป้า 1 คนเป็นเจ้าของร้านค่ะ อารมณ์แบบเดียวกับนางเอกพระเอกแวะทานอาหารข้างทางในหนังเกาหลีอย่างไงอย่างงั้นเลย แต่อันนี้ของจริงค่ะ หอมกว่า ได้รสชาติกว่ากันเยอะเลย เราอยู่ข้างในเพิงแล้วอุ่นมากๆ ค่ะ พลาสติกที่ปิดไว้ก็เอาไว้กันลมกันหนาวนี่เองค่ะ ข้างในก็ควันพุ่งกระจายอบให้อุ่น ทีนี้ความสนใจก็มุ่งไปที่ไอ้เจ้าไม้ที่เสียบของต่างๆ นานา มันจุ่มอยู่ในน้ำซุปที่เราก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่าคืออะไร พอกินเยอะจัด คุณป้าแกก็เริ่มอารมณ์ ส่งภาษาเกาหลีถามซะงั้น แกคงคิดว่าพอเราทานอาหารเกาหลีแล้วเราจะพูดได้เลยเรีอะ....แหม...แต่เราก็ยังอุตส่าห์เข้าใจว่าแกถามอะไรอีก แกถามว่าเรามาจากไหนกัน เราบอกกันว่ามาจากประเทศไทย แกก็งงๆ คงไม่เคยรู้จักน่ะค่ะ แต่ไม่เป็นไร ช่วงนี้เป็นเวลาของความอร่อย เลยถามแกว่าไอ้ที่เราหยิบทานกันอยู่เป็นไม้ๆ เนี่ยอะไร มันคือ ลูกชิ้นที่ทำจากเนื้อปลามีหลายแบบ ทั้งแบบแผ่น แบบแท่ง ก็หลายหลายรสชุ่มไปด้วยน้ำซุปเข้มข้นที่แช่จนเนื้อปลานุ่มได้ที่ อร่อยเชียวค่ะ เวลาทานก็จิ่มกับซอสเค็มๆ ของเค้า ก็เข้ากันได้ดี....ไอ้พวกนี้เค้าเรียกว่า โอเด้ง และเราก็สั่งของที่มันอยู่ในถาดใหญ่ เป็นแท่งสั้นๆ เต็มไปด้วยสีแดงสดใสข้นๆ ของซอสสีแดง ซึ่งคล้ายๆ กับซอสพริกบ้านเราแต่เป็นซอสเกาหลี เผ็ดร้อนได้ใจมากค่ะ ที่มันร้อนเพราะความร้อนของถาดที่อุ่นให้ร้อนอยู่ตลอดเวลาน่ะแหล่ะค่ะ อันนี้เค้าเรียกว่า ต๊อกป๊อกกี่ ตั้งแต่แวะทานมาตามทางตลอดทั้งทริป ร้านนี้ได้อารมณ์ที่สุดค่ะ รสชาติก็ดีที่สุดเหมือนกันค่ะ ปรากฎว่าเราทานกันเข้าไปเยอะจนคุณป้าแกนับไม่ถูกเลย ลดแลกแจกแถมอีกซะงั้น เราก็เลยมาเป็นลูกค้าแกอีกหลายวันเชียว เพราะว่าร้านป้าแกอยู่ตรงก่อนลงสถานีรถไฟฟ้าของโรงแรมเลยค่ะ


เริ่มเดินทางในเกาหลีวันแรก....ก็ไม่ตามแผนซะแล้วค่ะ ตอนแรกกะจะออกนอกเมืองแต่ก็ไม่ทันซะแล้ว เราเสียเวลากับการเดินทางที่ยังไม่คุ้นเท่าไร ก็เลยต้องทำให้ต้องเปลี่ยนแผนสลับวันของอีกวันมาแทน ต่อไปเราก็จะไปลุยกันที่ COEX Mall ห้างนี้ปกติจะจัดงานใหญ่ๆ กัน แล้วก็มีของขายเยอะมาก รวมทั้งร้านขายของกินแบบ Food court ให้เลือกหลากหลาย….เราลงที่สถานี Samseong exit 5 หรือ 6 เพื่อเดินต่อเข้าไปที่ห้างเลยค่ะ ด้านหน้ามีหิมะปกคลุมเป็นระยะๆ ใกล้เทศกาลคริสมาสต์แล้ว ก็มีต้นคริสมาสต์ประดับอยู่กลางลานค่ะ ระหว่างเดินไปก็มีร้านอาหารอยู่ด้านข้าง พวกเราบางคนก็ไปยืนแปะหน้าอยู่แนบร้านเค้า ก็เพิ่งจะทานของว่างต๊อกป๊อกกีมานี่ค่ะ ยังอื่มอยู่เลยต้องไปเที่ยวต่อแล้วจะมัวแต่กินไม่ได้ และแล้วก็ต้องลากเพื่อนออกมาจากเขตอาหารทันที เราเดินต่อค่ะ เข้ามาในห้างปรากฎว่าหลงทางเสียแล้ว อ้อ...ลิมบอกไปค่ะ เรามาที่นี่ไม่ได้มาหาอะไรทานอย่างเดียว แต่เรามาเที่ยวพิพิธภัฑณ์กิมจิ (Kimji Field Museum)ค่ะ ตอนแรกก็สงสัยทำไมพิพิธภัณฑ์มาอยู่ข้างในห้างนี่ได้นะ แต่ก็ไม่มีใครตอบได้ค่ะ...(แล้วจะเขียนทำไมเนี่ย) เราก็ไม่รอช้าเสียเวลา ก็ในเมื่อห้างใหญ่ขนาดนี้จะเดินหลงให้เสียเวลาอยู่ทำไม เราก็ตรงไปหาประชาสัมพันธ์ซะเลย สวยสาวผิวขาวตากลม แต่งตัวเรียบร้อยคนนั้นกำลังรอเราอยู่ค่ะ แต่คุณเธอพูดภาษาอังกฤษได้ไม่มาก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาของเราค่ะ เราเข้าใจกันได้ สาวสวยก็หยิบโบรชัวร์แผนที่ห้างออกมา บอกว่าเราอยู่ชั้นนี่ตรงนี้ ถ้าจะไปต้องขึ้นไปอีกนะค่ะ แล้วก็เลี้ยวปู๊ดไปอีกทางนึง จากนั้นก็ถึงแล้ว ใช่แล้วค่ะ เราก็ไปตามแผนที่ทันทีเลย จริงๆ ขอบอกว่าเจ้าพิพิธภัณฑ์นี้น่ะ ลึกลับพอควรค่ะ กว่าจะเจอกก็ทำเอาเราต้องแวะร้านโน้นร้านนี่อยู่ระหว่างตลอดเลย ก็ของน่ารักๆ มันเยอะนี่ค่ะ ว่าแต่สุดท้ายก็มาถึงแล้วค่ะ  ทีนี่มีจัดแสดงกิมจิปลอมสีสันสวยงามหลากหลายชนิดเลยค่ะ คนเกาหลีเค้าจะเอาผักต่างๆ มาทำกิมจิ มีการจัดแสดงวิธีการทำกิมจิในรูปแบบของรูปปั้นด้วย นอกจากนี้ยังไม่ประวัติความเป็นมาต่างๆ และวิถีชิวิตคนเกาหลีที่ผูกพันกับกิมจิมาช้านาน อุปกรณ์ต่างๆ เครื่องมือที่ใช้ในการทำกิมจิก็มีจัดวางให้ชมด้วยค่ะ พิพิธภัณฑ์กิมจิที่นี่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เป็นสถานที่เล็กๆ ที่เรียงรายไปด้วยของที่น่าชมจัดขึ้นเป็นในรูปแบบของห้องต่างๆ ค่ะ แล้วก็มาถึงห้องเกือบสุดท้ายจะเป็นห้องที่มีกิมจิให้ชิมค่ะ มีด้วยกันสามแบบ แน่ล่ะค่ะ เราก็ต้องลองกันอยู่แล้ว รสชาติทั้งสามแบบคล้ายคลึงกันแต่ต่างกันตรงวัตถุดิบและการปรุงนิดหน่อย และก่อนออกก็มีที่ให้ถ่ายรูปด้วยค่ะ เป็นท่านหญิงที่กำลังถือตะเกียบที่คีบกิมจิอยู่ เราก็เรียกคิวให้ท่านหญิงผู้นี้ป้อนซะเลย ก็ง่ำไปกันไปคนละคำ ได้กันคนละรูปค่ะ

รูปค่ะ



ป้ายบอกว่า พิพิธภัณฑ์กิมจิิ อยู่ชั้้น B2 ค่ะ ตามลงไปกันเลย

กว่าจะเจอเล่นเอาเหนื่อยตกเลยค่ะ

เปิด: ทุกวันอังคาร ถึง เสาร์ เวลา 10:00-17:00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 13:00-17:00 น.
ปิด: ทุกวันจันทร์ และวันหยุดประจำปี
ค่าเข้าชม 3,000 วอนสำหรับผู้ใหญ่ และเด็กๆ ก็ถูกกว่านี้ค่ะ



รูปต่างๆ ที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ค่ะ



มีกิมจิให้เลือกชิม 3 แบบด้วยค่ะ




หลังจากนั้นเราก็เริ่มจะหิวกันจริงๆ ขึ้นมาแล้วค่ะ เราก็เลยต้องเดินทางไปที่ Food court ของห้างนี้ กว้างใหญ่มากเลยค่ะ เลือกกันไม่ถูกเลย มันละลานตาไปหมด เราก็ยังต้องเลือกร้านที่น่ากินต่อไปค่ะ บรรดาจานเหล่านี้เป็นสิ่งที่เลือกได้ค่ะ




หลังจากเริงร่ากับมื้ออาหารเกาหลีมื้อแรก (ที่เป็นเรื่องเป็นราวนะค่ะ ไม่รวมต๊อกป๊อกกีที่ทานเป็นอาหารว่างรองท้อง) ในเกาหลีแล้ว เราก็ไปสถานที่ใกล้เคียงกันเลยค่ะ เนื่องจากเราจะได้ไม่เสียเวลาเดินทางมาก แล้วก็ตอนนี้ก็หลายโมงแล้ว เกรงว่ากว่าจะไปถึงที่อื่นๆ คงจะหมดเวลาแล้วก็ปิดทำการเข้าไม่ได้แน่ๆ ค่ะ เราก็เลยเดินไปอีกฟากนึงของ COEX Mall นั่นก็คือ วัดพงอึนซา (Bongeunsa Temple) เป็นอีกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ใจกลางกรุงโซลที่มีชื่อเสียงมานานปีค่ะ ระหว่างทางเราเดินชมเกล็ดหิมะไปพลางๆ ก่อน จริงๆ แล้วเดินหลงทิศค่ะ กว่าจะไปถึงวัดหลงไปทิศตรงกันข้าม ดูแผนที่อีท่าไหนไม่ทราบค่ะ ดีที่เจอผู้ใจดีเลยบอกทางเราจนเดินมาเจอวัด

 

ในที่สุดเราก็เดินเจอค่ะ อากาศตอนที่เดินนี่หนาวเย็นมากค่ะ ที่เกาหลีช่วงหน้าหนาวลมค่อนข้างแรง ทำให้ตัวสั่น หน้าแข็ง หูเจ็บไปหมดเลยค่ะ ถ้าให้ดีควรจะเตรียมตัวให้ดีค่ะ เสื้อผ้าให้หน้า อุ่นๆ หน้าอกไว้ หมวก ที่ปิดหู ปิดจมูกได้บ้างก็จะทำให้อุ่นขึ้นค่ะ แล้วจะเที่ยวสนุกขึ้น ตอนเรามาหิมะตกไปแล้วตามที่เจ้าหน้าที่ ตม. ท่านบอก เราก็เลยได้เห็นสภาพหลังหิมะตก มีหิมะปกคลุมทั่วไปหมดแบบนี้แหล่ะค่ะ

  

จริงๆ แล้ว เราเดินทางมาที่นี่ถ่ายรูปไม่ได้มาก เพราะแบตเตอรี่ของกล้องดันหมดกันเสียก่อน มัวแต่ถ่ายกันเองอยู่นั่่นแหล่ะ เลยได้รูปวิวมาน้อยนิดค่ะ แต่ก็จะโพสต์เท่าที่มีนะค่ะ เค้าว่ากันว่า นักเรียนเกาหลีก่อนที่จะสอบเอนทรานต์เข้ามหาวิทยาลัยจะมาของเจ้าแม่กวนอิมที่อยู่ในวัดนี้ให้สอบได้น่ะค่ะ ไม่รู้จริงหรือเปล่านะค่ะ เพราะตอนไปไม่มีผู้ใดอยู่นอกบริเวณวัดเลย มีแต่อยู่ในหอพระนั่งสวดมนต์กันทั้งนั้นเลยค่ะ เราก็เดินถ่ายรูปท่ามกลางแรงลมนี่แหล่ะค่ะ ที่วัดนี้ได้เก็บท่อนไม้ที่แกะสลักพระสูตรสำคัญทางศาสนาเอาไว้ด้วยค่ะ แต่เราไม่รู้ว่าอยู่หอไหน บรรยากาศในนี้เงียบสงบ แต่จะมีเสียงสวดมนต์มาเป็นระยะค่ะ
ศาลาไม้สีทองนี้ก็เป็นงานแกะสลักที่สวยงามค่ะ สามารถขึ้นไปได้ด้วย จากตรงนี้ก็มองเห็นวิวบางส่วนของกรุงโซลค่ะ

และแล้วเราก็เพลียกันมากค่ะ เพื่อนเราก็เหนื่อยมากจนเดินไปหลับไป (อันนี้เรื่องจริงนะค่ะ ไม่ได้เผาเพื่อน แต่เราผิดเองที่ดูแลเพื่อนไม่ดี ทำให้เค้าเดินหลับล้มลงไปเลย) ต้องขอโทษเพื่อนด้วยค่ะ ที่ไม่โกรธ วันต่อไปเราก็จะดูแลกันให้ดีขึ้น อิอิ และวันนี้เราก็ต้องเดินทางกลับโรงแรมไปนอนเอาแรงพักเหนื่อย เพราะพรุ่งนี้เรามีแผนจะไปเที่ยวเกาะนามิกันค่ะ ต้องเดินทางไกลกันหน่อย แต่พอกลับไปที่โรงแรมเราก็แวะเข้าร้านสะดวกซื้อ ซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินของโรงแรมค่ะ สะดวกจริงๆ ค่ะ พึ่งได้ทั้งมื้อเช้ารองท้อง และมื้อดึก เราก็ลองมาม่าหลากหลายรสของเกาหลีก่อนนอนทุกคืนซะงั้น .....^^


ติดตามตอนต่อไปได้นะค่ะ
Home - Boxmatch Travelตั๋วเครื่องบินราคาถูก!!Program Tour ต่างประเทศEasy package Tourบริการของ Boxmatch Travelบทความท่องเที่ยวติดต่อเราเวปไซด์เพื่อนบ้าน